สมัครเรียนโทร. 085-350-7540 , 084-88-00-255 , ntprintf@gmail.com

9 Reasons Your Child Should Learn to Code (And One Word of Caution)9 เหตุผลที่ลูกของคุณควรเรียนเขียนโค้ด (และ ข้อควรระวัง 1 ข้อ)

เตือน บทความนี้ยาวมากไม่เหมาะกับคนที่ไม่ชอบอ่านอะไรยาวๆ

อภิธานศัพท์สำหรับคนที่พึงเข้ามาสู่โลกนี้ใหม่ๆ

STEM - ย่อจาก Science Technology Engineering and Mathematics เป็นสาขา 4 อย่างที่ รัฐบาลหลายๆประเทศทั่วโลกนำโดยสหรัฐอเมริกาเป็นผู้ริเรอ่มและส่งเสริม การเรียนรู้ 4 สาขานี้ สำหรับ

Coding- การเรียน Code ให้โดยทั่วๆไปหมายถึงการเรียน Code ให้ Computer ทำงาน

Computer Science - สาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ เป็นสาขาหลักของประเทศสหรัฐอเมริกาสำหรับคนที่จะเรียนจบด้านการทำงาน (สำหรับ สำหรับในประเทศไทย คนจะนิยมเรียน Computer Engineering วิศวกรรมคอมพิวเตอร์ ICT - Information and Comunication Technology )

Computational Thinking- การคิดเชิงคำนวน เป็นการคิดแบบหนึ่งอาศัยหลายองค์ประกอบเช่นการวางแผนการวิเคราะห์การสังเคราะห์การสร้างสิ่งที่ไม่มีให้มีขึ้น

Algorithm -ขั้นตอนวิธี หมายถึงขั้นตอนตามลำดับที่ชัดเจนเพื่อที่จะทำบางสิ่งบางอย่างให้สำเร็จเช่นขั้นตอนของการเรียนโปรแกรมคำนวน ขั้นตอนของการล้างรถ เป็นต้น

ในการเรียนเขียนโปรแกรมสำหรับเด็กมันเปิดโลกการเรียนรู้หลายๆอย่างให้กับเด็กๆที่จะทำให้พวกเขาสามารถเอาความรู้ไปประยุกต์ได้อย่างหลากหลาย แต่มันก็เป็นเรื่องยากที่จะจินตนาการถึง เด็กๆมานั่งเรียนเขียนโปรแกรมหรือทำสิ่งที่ซับซ้อนสำหรับผู้ใหญ่บางคน

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา คุณอาจจะถามตัวเองอย่างน้อย 1 ครั้งว่า “มันเป็นโฆษณา ชวนเชื่อทั้งหมดรึเปล่าที่ให้เด็กๆไปเรียนเขียนโค้ด?”

ผมได้ยินคุณ!

แต่อย่างแรกเลย ขอให้ผมได้พูดว่ามันไม่ใช่โฆษณาชวนเชื่อ

หลายปีมาแล้วที่เด็กเหล่านี้เริ่มพูดคุยเรื่องโค้ด แล้วคุณก็คิดไปว่ามันคือลักษณะ ของโฆษณาชวนเชื่อ เพราะว่าไอเดียทั้งหมดมันใหม่และดูอิงนิยายสำหรับระบบ การศึกษาในปัจจุบันโดยเฉพาะในประเทศไทย ซึ่งในขณะที่ “การเรียนรู้ที่จะเขียนโค้ด” นี้ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นไม่ได้เป็นข่าวโคมลอยโดยวิธีการใดๆเลย นี่ไม่ใช่ แค่ โฆษณา Viral ใน Internet เวลาเป็นสิ่งเดียวเท่านั้นที่จะบอกเราได้ ถ้าสิ่งนี้มันเป็นอย่างงั้นจริง มันก็คงเป็นกระแสที่ใหญ่มากๆ มากเสียจน Bill Gate และ คนดังๆต่างก็พูดถึงมัน


โอเค มาเริ่มกันเลย

เวลาได้ผ่านล่วงเลยมา แต่เราก็ยังคงเห็นสถิติการศึกษา STEM (Science Technology Engineering and Mathematics ) อย่างเช่นในปี 2018 งานด้าน STEM 2.4 ล้านตำแหน่ง ไม่ได้บรรจุจนเต็ม (สถิติ USA แต่สำหรับประเทศไทยผมเชื่อว่าข้อมูลยิ่งแย่กว่านี้ลงไปอีก ) และนอกจากนี้งาน 71% ของงานใหม่ใน STEM อยู่ในเรื่องของ Computational แต่มีแค่ 8% เท่านั้นที่จบการศึกษา STEM อยู่ในสาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ แปลว่ามีงานอีกจำนวนมหาสารที่ว่างอยู่และเงินเดือนก็จะกระฉูดมากๆ

เราเคลื่อนที่ไปมากกว่าการพูดเฉยๆ “การเขียนโค้ดมันเจ๋งมาก ดังนั้นทำมันซะ” จบ ตอนนี้เราจะพูดว่า “การเขียนโค้ดมันเท่มากๆในความเป็นจริง ดังนั้น ทำ มันซะ แต่คุณควรจะไปทำมันเพราะว่าคุณจะได้รับรางวัลเป็นผลลัพธ์” แทน

ในอีกทางหนึ่ง คือ มันมีงานให้ทำมากมาย — และงานเหล่านั้นจ่ายรายได้ดี

สิ่งที่ทำให้มันดีกว่านี้ไม่ใช่เพราะว่างานหรือความเท่ (นี่จะเป็นบล็อคโพสต์ที่สั้น มากๆ ถ้ามันเป็นในกรณีนั้น) แต่ยังรวมไปถึงความคิดสร้างสรรค์ , การแก้ปัญหา , การทำงานร่วมกัน , การติดต่อสื่อสารและสกิลดิบและเถื่อนอื่นๆสำหรับการปรับปรุงเป็นผล พลอยได้ของเด็กๆในการเรียนรู้การเขียนโค้ด

โอเค งั้นไปกันต่อเลย!

อะไร คือ การเขียนโค้ด?

ในระดับที่เบสิคที่สุด การเขียนโค้ดก็คือการที่เราติดต่อสื่อสารกับคอมพิวเตอร์และ เป็นสิ่งที่เราใช้ในการสร้างและรัน websites, apps, video games และอื่นๆ การ เรียนรู้โค้ดก็เหมือนการเรียนรู้วิธีการพูดและเขียนในภาษาเฉพาะ ; ภาษาของ คอมพิวเตอร์

มันมีคำย่อและความลึกลับมากมายในแง่ของโลกของการเขียนโค้ด : HTML, CSS, Java, Ruby และอื่นๆ มันเป็นอะไรที่ท่วมท้นมากแต่เราจะเข้าใจมันเมื่อเรา ไปถึงที่นั่น การเลือกภาษาโปรแกรมที่ดีที่สุดให้กับลูกของคุณเป็นขั้นตอนต่อไปที่ ยิ่งใหญ่มาก แต่ถ้าคุณไม่รู้จะเรียนอะไรเราแนะนำให้คุณเรียน Python ที่ Expert-Programming-Tutor.com แต่ตอนนี้มาดูก่อนว่าทำไมเด็กๆควรจะเรียนเขียนโค้ด

ทำไมเด็กๆควรที่จะเรียนรู้การเขียนโค้ด

1. มีความต้องการโปรแกรมเมอร์ในระดับที่สูง

อย่างที่กล่าวไปแล้ว อ้างอิง จาก Code.org มี 71% ของงาน STEM แบบใหม่อยู่ ในการคำนวณ (Computational = ซึ่งก็คือ การเขียน Code นั้นแหละ แต่ยังรวมไปถึงการวิเคราะห์ข้อมูลและอื่นๆอีก แต่เอาง่ายๆตอนนี้คำว่า Computational Thinking ก็คือ การคิดเชิงการคำนวนซึ่งใช้เยอะมากในการเรียน Coding ) มีแค่ 8% ของนักเรียนที่จบ STEM มาในสาขาวิทยาการ คอมพิวเตอร์ นี่เป็นปัญหาความขาดแคลนที่ยิ่งใหญ่ของสาขาวิชา CS



การเขียนโค้ดจะช่วยเพิ่มความแตกต่างให้กับลูกของคุณในเรื่องของการรักษาอาชีพที่ร่ำรวยของ STEM โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโลกที่การทำงานเกี่ยวกับการคำนวณเติบโตขึ้นมากกว่าสองเท่าของค่าเฉลี่ยของประเทศ

การเขียนโค้ดกลายมาเป็นทักษะที่สำคัญอย่างรวดเร็วและ Code.org ยังชี้ประเด็น ไปถึงในเรื่องของสาขา CS สามารถมีรายได้เพิ่มขึ้น 40% จากค่าเฉลี่ยของ มหาวิทยาลัย

2. การเขียนโค้ดให้ข้อดี

ทางการแข่งขันเมื่อไปสมัครเข้ามหาวิทยาลัย , ฝึกงานและ หางานทำ

ถ้าคุณมีสกิลเจ๋งๆที่หลายๆคนขาด – เช่น ความสามารถในการเขียนโค้ด – คุณ จะมีความน่าสนใจขึ้นทันทีในสายตาของเจ้าหน้าที่รับสมัครของมหาวิทยาลัยที่ดี และรวมไปถึงเจ้านายด้วย ธรรมดาและเรียบง่าย

3. ด้วยความรู้ในเรื่องของการเขียนโปรแกรม นักเรียนจะสามารถทำความเข้าใจ โลกรอบๆตัวเขาได้ดีกว่า

พวกเราส่วนใหญ่ไม่รู้หลายเรื่องเลย อย่างแรกเลย คือ เกี่ยวกับ สิ่งที่เราจะใช้สร้าง smartphones, laptops, และเราจะสร้างเครือข่าย social media ของเราเอง (มาแทนFacebook ?) และการรัน video games ที่เราเขียนเองได้ ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการเขียนโปรแกรมสามารถปลี่ยนวิธีทาง ที่เราโต้ตอบกับเทคโนโลยีที่เราใช้ (และเรายอมรับมัน) ในชีวิตประจำวันนี้ และ สามารถเปิดตาของพวกเราในความสามารถที่ไร้ขีดจำกัดของการเขียนโค้ดได้

4. การเขียนโปรแกรมสนุกและน่าพึงพอใจ

ในขณะที่การเขียนโปรแกรมมีพื้นฐานอยู่บนตรรกะ มันยังเป็นกิจกรรมที่สร้างสรรค์ มากๆอีกด้วย ถ้าคุณรู้ถึงวิธีการเขียนโค้ด คุณจะสามารถพัฒนาอย่างสิ่งที่กล่าวมา แล้วด้านบนได้ อย่าง apps, video games, websites และอื่นๆอีกมากมาย!

สำหรับนักพัฒนาหลายๆคน ส่วนหนึ่งของการร้องขอของการเขียนโค้ด คือ ความ ท้าทายและรางวัลของการเห็นโค้ดของพวกเขามีชีวิตหลังจาก debugging session ที่ดี อย่าไปหลงกล อย่างไรก็ตามด้วยคำแนะนำที่ถูกต้อง การเริ่มต้นด้วยการเขียน โปรแกรมสามารถเป็นอะไรที่ง่ายและสนุกได้

5. การเขียนโค้ดปรับปรุงความคิดสร้างสรรค์

เมื่อคุณเรียนรู้ภาษา คุณสามารถใช้มันเพื่อที่จะแสดงตัวตนของคุณออกมาได้ เป็นจริงเหมือนกันกับโค้ด การเขียนโค้ดไม่เพียงแต่เป็นการทำให้เด็กๆบริโภคดิจิทัลมีเดีย และเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่สามารถสร้างมันได้ด้วย แทนที่จะเล่นวิดีโอเกมส์หรือใช้ แอพ พวกเขาสามารถจินตนาการการสร้างวิดีโอของตัวเขาเอง หรือวาดภาพเว็บ ไซต์ของพวกเขาว่าจะเป็นอะไร หรือว่าหน้าตาของแอพจะเป็นอย่างไรได้ — และ พวกเขาจะมีทางออกสำหรับการแสดงออกด้วย

6. การเขียนโค้ดปรับปรุงการแก้ไขปัญหา

เมื่อเด็กๆเขียนโค้ด พวกเขาจะได้รับปัญหาที่ซับซ้อนและแยกพวกมันให้ย่อยลง เป็นส่วนเล็กๆได้

เด็กๆ จะได้เรียนรู้ว่าปัญหานี้เป็นอย่างไรเพื่อหาทางแก้ไขปัญหาของวิศวกร ซอฟต์แวร์โดยใช้ตรรกะในการคำนวณ

อย่างที่ Dan Crow, CTO ของ SongKick อธิบายไว้ว่า “การคิดเชิงการคำนวณ สอนคุณเกี่ยวกับวิธีการต่อสู้กับปัญหาใหญ่ๆโดยการย่อยพวกมันเป็นชิ้นเล็กๆ , ให้เป็นปัญหาที่จัดการได้มากขึ้นตามลำดับ”

ความคิดเชิงตรรกะนี้เป็นเครื่องมือที่ทรงพลังมากในโรงเรียน , การทำงานและชีวิต

7. การเขียนโค้ดปรับปรุงความเพียรพยายาม

ในการเรียนรู้การเขียนโค้ด เป็นเหมือนกับการเรียนมารยาทใหม่ๆ มันเป็นความท้าทาย ดังนั้น การสู้กับปัญหาที่มีความซับซ้อน — และการทำสิ่งผิดพลาดได้ตลอดทาง — สามารถเป็นอะไรที่ทำให้หงุดหงิดใจมากได้

การเรียนเขียนโปรแกรมเพื่อที่จะทำงานบางอย่างให้สำเร็จ โดยทั่วๆไปแล้วเราเขียนโปรแกรม เพื่อสร้างสิ่งใหม่ๆ ขึ้นมาสิ่งใหม่ๆ นี้ยังไม่มีอยู่ในโลกดังนั้นมันจึงเป็นเรื่องเกือบจะแน่นอนอยู่แล้วว่าเราจะทำมันด้วยความยากลำบาก การที่ให้ลูกๆของพวกคุณลำบากสะบ้าง และการเรียน Code ก็เหมาะสุดๆ เพราะว่าจะทำให้ลูกของคุณ ต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการแก้ปัญหาต่างๆ

แต่ไม่ต้องกังวลใจเพราะ Expert-Programming-Tutor จะทำให้ลูกของคุณได้เรียนรู้ทีละ Step อย่างค่อยเป็นค่อยไป

การเขียนโค้ดสอนทักษะที่มีค่าของความเพียรพยายามในการเผชิญหน้ากับความท้าทาย เรียนรู้วิธีการแก้ปัญหาและมองหาวิธีการแก้ปัญหาผ่านงานวิจัยและการ ทำงานร่วมกัน สร้างให้สิ่งนี้เป็นทักษะที่พึงปรารถนามาก

8. การเขียนโค้ดปรับปรุงการทำงานร่วมกัน

ใครๆก็สามารถเรียนรู้การเขียนโค้ดได้ — เด็กสามารถเรียนรู้ควบคู่กับคนอื่น ๆ ในทุกเชื้อชาติ , เพศหรือพื้นหลังที่แตกต่างกันได้ เด็กๆพบและเรียนรู้วิธีการที่จะ ทำงานร่วมกันกับทุกๆชนิดของเพื่อนร่วมงาน ทุกคนทำงานร่วมกันโดยความสนใจ ในเทคโนโลยีธรรมดาๆ ห้องเรียนและสภาพแวดล้อมในอันอื่นๆ สำหรับการทำงานร่วมกันแบบเจอหน้ากัน เด็กที่เรียนรู้ ผ่านทางออนไลน์สามารถเติบโตขึ้น , ถามคำถามแต่ละคนและทำงานเพื่อแก้ ปัญหาและสร้างสิ่งของต่างๆร่วมกันได้เช่นกัน

หลายๆเกมส์ อย่าง Minecraft , ยังเสนอผลประโยชน์ทางการศึกษาอีกมากมาย เพราะว่าพวกเขารวมการเขียนโค้ด , การทำงานร่วมกันและการเข้าร่วม—กับผู้ ร่วมงานทั่วโลกเหมือนกัน

9. การเขียนโค้ดปรับปรุงการติดต่อสื่อสาร

การติดต่อสื่อสารเป็นสกิลที่สำคัญมากๆผ่านทางโรงเรียน , การทำงานและชีวิต ผู้คนที่สามารถติดต่อสื่อสารไอเดียที่ซับซ้อนได้อย่างชัดเจนในแง่ที่ง่ายๆมีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จในอุตสาหกรรมที่แตกต่างกันและย่างก้าวของชีวิตด้วย

เมื่อเด็กๆเรียนรู้วิธีการเขียนโค้ด พวกเขาเรียนรู้วิธีการที่จะติดต่อสื่อสารกับผู้ชมที่มี(อาจจะเป็นคนที่เอา APP ที่เด็กๆ เขียนไปใช้) ความคิดเรียบง่ายที่สุดให้สามารถจินตนาการได้ : คอมพิวเตอร์ อย่างที่กล่าวมา แล้ว การเขียนโค้ดสอนให้เด็กๆได้รู้ถึงวิธีการแยกไอเดียที่ซับซ้อนและจัดการ พวกมันในทางที่คอมพิวเตอร์สามารถเข้าใจได้

แต่ด้วยสิ่งเหล่านี้ทั้งหมด ดำเนินการด้วยความระมัดระวัง…

โอเค ผมจะยังไม่เปลี่ยนเรื่องไปในตอนนี้และพูดว่าคุณไม่ควรเรียนรู้วิธีการเขียน โค้ด อย่างชัดเจนเลย แต่มากขึ้นของ…

ทำไมต้องเป็นแค่โค้ด?

มันเป็นธรรมดาของคำถามง่ายๆแบบนี้และตามที่คำถามที่เกี่ยวข้องได้ถูกปลูกขึ้น ขณะที่คุณแยกมัน การเขียนโค้ดเหมาะสำหรับเด็กหรือไม่ :

ถ้าลูกของฉันไม่ต้องการที่จะเรียนรู้โค้ดแบบจริงจัง? นั่นมันจะทำให้พวกเขาเป็นขี้แพ้ หรือเปล่า? พวกเขาจะไม่ได้รับโอกาสในการรักษาการฝึกงานที่เจ๋งๆตามทางของ พวกเขาหรือเปล่า? งานจะคุ้มค่ารึเปล่า? ถ้าพวกเขาต้องการที่จะเรียนรู้เพียงแค่ “เทคโนโลยี” แทนล่ะ? มันเป็นตัวเลือกที่สามารถทำงานได้ดีรึเปล่า? ถ้าพวกเขา ต้องการที่จะเรียนรู้ X? หรือ Y? หรือ Z ล่ะ? สิ่งเหล่านี้จะคุ้มค่ารึเปล่าในอนาคต? ในทำนองเดียวกัน ถ้าพวกเขาเรียนรู้ที่จะเขียนโค้ดเพียงอย่างเดียวและไม่เรียน อย่างอื่นเลย สิ่งนี้จะทำให้เค้าเป็นที่ 1 ได้หรือเปล่า?

ขอให้ผมได้สรุปโดยการพูดว่าผมเองหรือใครก็ตามที่แนะนำให้คุณ “เรียนรู้วิธีการ เขียนโค้ด” อาจไม่ได้ทำอย่างนั้นโดยเจตนาของคำแถลงว่าจะพิเศษสุด

ผมหมายความว่า คุณจะไม่ได้รับการส่งเสริมให้อ่าน แต่ไม่กับการเขียน หรือเพื่อ เรียนรู้ตารางการคูณของคุณ ขณะที่โยนการหารทิ้งออกไปนอกหน้าต่างได้เลย

Facebook ถูกสร้างขึ้นโดยนักเขียนโปรแกรมหรือโปรแกรมเมอร์ แต่มันจะเกิดขึ้นได้อย่างไรโดยไม่มีการออกแบบเลย?

ดังนั้น ด้วยสิ่งนี้ทั้งหมด ถ้าคุณมีลูกที่มีความสนใจในการเขียนโค้ด คือ ใช่ ช่วยเหลือพวกเขาให้ได้เรียนรู้เกี่ยวกับการเขียนโค้ด ถ้าพวกเขาไม่มีความสนใจ แม้ว่ายังคงคิดพิจารณาเรื่องนี้ มันเป็นเรื่องที่สำคัญและคุณจะดีใจกับตัวคุณเองที่ อย่างน้อยลองให้โอกาสแก่มัน

แต่ในการดำเนินการ อย่าลืมสิ่งอื่นๆ ช่วยให้พวกเขาได้เรียนรู้ “เทคโนโลยี” และ สืบค้นความเป็นไปได้ของการพัฒนาเกมส์ , การพิมพ์ภาพ 3D ,หรือวิดีโอ โปรดักส์ชั่น ถ้าสิ่งนี้มันเหมาะกับพวกเขามากกว่า จมดิ่งลงไปกับการถ่ายภาพ ถ้านั่นเป็นสิ่งที่พวกเขาต้องการทำจริงๆ เป็นงานอดิเรกหรือแม้แต่อาชีพในอนาคต ก็ตาม

ให้พวกเขาได้รับทักษะในการตลาด , การเจรจาต่อรอง , การเลื่อนขั้นและอื่นๆ…

หรือเรียนรู้การที่จะกลายมาเป็นผู้นำ มันมีลิสต์ของโอกาสในการเรียนรู้และลิสต์ นั้นก็ดำเนินต่อไปเรื่อยๆ การเขียนโค้ดพาคุณไปได้ไกล แต่คุณจะต้องมีสกิลอื่นๆอีกที่ประกอบกันด้วย เพื่อให้การสร้างสรรค์ของคุณเจริญเติบโตขึ้น

1 ในสิ่งที่น่ามหัศจรรย์ใจที่สุดที่คุณเคยได้ยิน คือ Steve Jobs ไม่ได้เขียนโค้ดให้ Apple เลย

คุณเชื่อมันรึเปล่า? ถ้าผมถามคุณว่า Steve Jobs ประสบความสำเร็จหรือไม่ คุณจะหันมาและถามผมว่าถ้าท้องฟ้าเป็นสีฟ้าหรือหญ้าเป็นสีเขียว

Jobs เป็น 1 ในคนที่ประสบความสำเร็จที่สุดที่กระจายไปทั่วโลก… ไม่ใช่เพราะว่า เขาเป็นนักเขียนโค้ดที่เก่งที่สุด แต่เพราะว่าเขารู้ดีพอที่จะสื่อสารวิสัยทัศน์และมี ความชำนาญอย่างกว้างขวางในทักษะอื่นๆด้วย

แต่ไม่ใช่ว่า Steve Jobs จะเขียน Code ไม่เป็น ถ้าเราศึกษาประวัติของ Jobs ดีพอเราจะพบกับตอนที่เขาเถียงอย่างเผ็ดร้อนเรื่อง Algorithm เรื่อง ความก้าวหน้าของ OOP ใน ภาษา Objective C ที่ทีเหนือภาษา C++ และ JAVA เรายังจะได้เห็น Jobs ไปขลุกอยู่กับ เหล่า วิศวกรของเขาเพื่อถกปัญหาเชิงเทคนิคมากมาย นี่ไม่ได้บงบอกอีกหรือว่า Steve Jobs มีความลึกซึ้งในด้าน วิศวกรรมขนาดไหน

ขั้นตอนต่อไป

ในอนาคตงานด้าน Computer Science เป็นงานที่จะทวีความสำคัญขึ้นเรื่อยๆดังนั้นเพื่อที่ลูกของคุณจะสามารถหาประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ในยุคข้างหน้า เรียนเขียนโปรแกรมสะวันนี้

นักเรียนของ EPT และ โรงเรียนอื่นๆ กระตือรือร้นที่จะเรียนรู้ — ไม่ใช่ เพียงแค่เพราะว่าพวกเขาสนใจในเทคโนโลยีเท่านั้น แต่ยังเพราะว่าพวกเขาหลาย คนยังไม่ได้รับคำแนะนำที่มีค่าในวิชาอย่างการเขียนโค้ดในโรงเรียนที่พวกเขาไปเรียนอยู่ทุกๆวัน พวกเขาจาก EPT ไปด้วยทักษะใหม่ๆ , ความรู้ที่ลึกขึ้นและความ มั่นใจที่จะก้าวออกไปและทำบางสิ่งบางอย่างที่มีประสิทธิภาพด้วยสิ่งที่พวกเขาได้ เรียนรู้ไป พวกเราเห็นสิ่งนี้เกิดขึ้นเดือนแล้วเดือนเล่า

ขอให้คุณโชคดีอย่างที่สุด!!!!

References :

https://www.idtech.com/blog/5-reasons-your-child-should-learn-to-code/

ฟรี TUTORIAL JAVA

ฟรีtutorial JAVA 01 install Eclipse ฟรีtutorial JAVA 02 intro to programming Eclipse ฟรีtutorial JAVA 03 condiotion ฟรีtutorial JAVA 04.loop ฟรีtutorial JAVA 05.array ฟรีtutorial JAVA 05 2 array cont ฟรีtutorial JAVA 06 01 function ฟรีtutorial JAVA 06 02 function cont ฟรีtutorial JAVA 07 object ฟรีtutorial JAVA 08 string ฟรีtutorial JAVA 09 constructor ฟรีtutorial JAVA 10 01 oop ฟรีtutorial JAVA 10 02 oop2 ฟรีtutorial JAVA 11 exception ฟรีtutorial JAVA 12 reading file ฟรีtutorial JAVA 13 thread ฟรีtutorial JAVA 14 generic ฟรีtutorial JAVA 15 01 GUI ฟรีtutorial JAVA 15 02 GUI2 ฟรีtutorial JAVA 15 03.GUI3 ฟรีtutorial JAVA 16 using WindowBuilder ฟรีtutorial JAVA 17 event ฟรีtutorial JAVA 18 database management system ฟรีtutorial JAVA 19 ER diagram ฟรีtutorial JAVA 20 Relational ฟรีtutorial JAVA 21 Xampp ฟรีtutorial JAVA 22 JDBC ฟรีtutorial JAVA 23 MVC ฟรีtutorial JAVA 24 SQL ฟรีtutorial JAVA
ขอย้ำอีกครั้งว่าเนื้อหาที่เห็นอยู่นี้ไม่ใช่เนื้อหาตามปกติที่เราสอนในห้องเรียนเป็นแค่ tutorial ไว้อ่านประกอบเฉยๆ แทบไม่เกี่ยวกันเลย และไม่เกี่ยวกับการบ้านที่ทำครับ ในห้องเรียนเนื้อหาจะเยอะกว่านี้ค่อนข้างมากครับ
ขอบคุณน้องตี้ อย่างสูงสำหรับ Tutorial ดีๆ

ฟรี TUTORIAL DATA STRUCTURE

DATA STRUCTURE

ฟรีtutorial : DATA STRUCTURE : 01 1การเรียงลำดับ(Sorting) ฟรีtutorial : DATA STRUCTURE : 01 2 การเรียงลำดับ2 ฟรีtutorial : DATA STRUCTURE : 02 อาร์เรย์ลิสต์ (Array List) ฟรีtutorial : DATA STRUCTURE : 03 ลิงค์ลิสต์ (Linked List) ฟรีtutorial : DATA STRUCTURE : 04 สแต๊ค ฟรีtutorial : DATA STRUCTURE : 05 1 คิวและไพออริตี้คิว ฟรีtutorial : DATA STRUCTURE : 05 2 คิวและไพออริตี้คิว ฟรีtutorial : DATA STRUCTURE : 06 1 ไบนารีทรี ฟรีtutorial : DATA STRUCTURE : 06 2 ไบนารีเสิร์ชทรี ฟรีtutorial : DATA STRUCTURE : 06 3 ไบนารีเสิร์ชทรี ฟรีtutorial : DATA STRUCTURE : 08 แฮช ฟรีtutorial : DATA STRUCTURE : 09 กราฟ ฟรีtutorial : DATA STRUCTURE :
ขอย้ำอีกครั้งว่าเนื้อหาที่เห็นอยู่นี้ไม่ใช่เนื้อหาตามปกติที่เราสอนในห้องเรียนเป็นแค่ tutorial ไว้อ่านประกอบเฉยๆ แทบไม่เกี่ยวกันเลย และไม่เกี่ยวกับการบ้านที่ทำครับ ในห้องเรียนเนื้อหาจะเยอะกว่านี้ค่อนข้างมากครับ
ขอบคุณน้องตี้ อย่างสูงสำหรับ Tutorial ดีๆ


แผนผังการเรียนเขียนโปรแกรม