สมัครเรียนโทร. 085-350-7540 , 084-88-00-255 , ntprintf@gmail.com

ฟรี TUTORIAL JAVA

ฟรีtutorial JAVA 01 install Eclipse ฟรีtutorial JAVA 02 intro to programming Eclipse ฟรีtutorial JAVA 03 condiotion ฟรีtutorial JAVA 04.loop ฟรีtutorial JAVA 05.array ฟรีtutorial JAVA 05 2 array cont ฟรีtutorial JAVA 06 01 function ฟรีtutorial JAVA 06 02 function cont ฟรีtutorial JAVA 07 object ฟรีtutorial JAVA 08 string ฟรีtutorial JAVA 09 constructor ฟรีtutorial JAVA 10 01 oop ฟรีtutorial JAVA 10 02 oop2 ฟรีtutorial JAVA 11 exception ฟรีtutorial JAVA 12 reading file ฟรีtutorial JAVA 13 thread ฟรีtutorial JAVA 14 generic ฟรีtutorial JAVA 15 01 GUI ฟรีtutorial JAVA 15 02 GUI2 ฟรีtutorial JAVA 15 03.GUI3 ฟรีtutorial JAVA 16 using WindowBuilder ฟรีtutorial JAVA 17 event ฟรีtutorial JAVA 18 database management system ฟรีtutorial JAVA 19 ER diagram ฟรีtutorial JAVA 20 Relational ฟรีtutorial JAVA 21 Xampp ฟรีtutorial JAVA 22 JDBC ฟรีtutorial JAVA 23 MVC ฟรีtutorial JAVA 24 SQL ฟรีtutorial JAVA
ขอย้ำอีกครั้งว่าเนื้อหาที่เห็นอยู่นี้ไม่ใช่เนื้อหาตามปกติที่เราสอนในห้องเรียนเป็นแค่ tutorial ไว้อ่านประกอบเฉยๆ แทบไม่เกี่ยวกันเลย และไม่เกี่ยวกับการบ้านที่ทำครับ ในห้องเรียนเนื้อหาจะเยอะกว่านี้ค่อนข้างมากครับ
ขอบคุณน้องตี้ อย่างสูงสำหรับ Tutorial ดีๆ

ฟรี TUTORIAL DATA STRUCTURE

DATA STRUCTURE

ฟรีtutorial : DATA STRUCTURE : 01 1การเรียงลำดับ(Sorting) ฟรีtutorial : DATA STRUCTURE : 01 2 การเรียงลำดับ2 ฟรีtutorial : DATA STRUCTURE : 02 อาร์เรย์ลิสต์ (Array List) ฟรีtutorial : DATA STRUCTURE : 03 ลิงค์ลิสต์ (Linked List) ฟรีtutorial : DATA STRUCTURE : 04 สแต๊ค ฟรีtutorial : DATA STRUCTURE : 05 1 คิวและไพออริตี้คิว ฟรีtutorial : DATA STRUCTURE : 05 2 คิวและไพออริตี้คิว ฟรีtutorial : DATA STRUCTURE : 06 1 ไบนารีทรี ฟรีtutorial : DATA STRUCTURE : 06 2 ไบนารีเสิร์ชทรี ฟรีtutorial : DATA STRUCTURE : 06 3 ไบนารีเสิร์ชทรี ฟรีtutorial : DATA STRUCTURE : 08 แฮช ฟรีtutorial : DATA STRUCTURE : 09 กราฟ ฟรีtutorial : DATA STRUCTURE :
ขอย้ำอีกครั้งว่าเนื้อหาที่เห็นอยู่นี้ไม่ใช่เนื้อหาตามปกติที่เราสอนในห้องเรียนเป็นแค่ tutorial ไว้อ่านประกอบเฉยๆ แทบไม่เกี่ยวกันเลย และไม่เกี่ยวกับการบ้านที่ทำครับ ในห้องเรียนเนื้อหาจะเยอะกว่านี้ค่อนข้างมากครับ
ขอบคุณน้องตี้ อย่างสูงสำหรับ Tutorial ดีๆ

การติดตั้งโปรแกรม Eclipse

ก่อนที่เราจะสามารถเขียนโปรแกรมด้วยภาษาจาวาได้ ก็ต้องเริ่มจากการดาวน์โหลดและติดตั้งโปรแกรมที่มีความจำเป็นต่อการเขียนให้เรียบร้อยเสียก่อน  

ก่อนอื่นเริ่มจากสร้างความเข้าใจคร่าวๆต่อการพัฒนาโปรแกรมด้วยภาษาจาวา ซึ่งมีส่วนสำคัญอยู่ด้วยกัน 2 ส่วน ได้แก่

1.Java Development Kit (JDK) เป็นตัวช่วยสำหรับการพัฒนาภาษาจาวาซึ่งจะประกอบไปด้วยคอมไพเลอร์(compiler)[1]และดีบักเกอร์(debugger)[2]

2.Editor เป็นโปรแกรมที่ใช้ในการเขียนภาษาจาวา คล้ายเป็นกระดาษสำหรับเขียนโค๊ด(Code)

แต่อย่างไรก็ตามการพัฒนาโปรแกรมภาษาจาวาด้วยการเขียนลงใน Editor ก่อนนั้น เมื่อเราต้องการคอมไพล์และรันโปรแกรมจะต้องทำการเปิด Command Prompt เพื่อเรียกคำสั่งสำหรับการคอมไพล์ ต่อมาจึงได้มีการพัฒนาโปรแกรมให้สามารถใช้งานได้สะดวกยิ่งขึ้นด้วยการสร้าง IDE(Integrated Development Environment) โดยที่ IDE นั้นจะทำให้สามารถเขียนโปรแกรมและคอมไพล์ได้เลย หรือก็คือทำหน้าที่เป็นทั้ง JDK และ Editor ได้พร้อมกัน โปรแกรมสำหรับการเขียนโปรแกรมจาวาที่จะกล่าวถึงต่อไปนี้มีชื่อว่า “Eclipse” ซึ่งเป็น IDE ที่มีการพัฒนาปรับปรุงอย่างสม่ำเสมอ

 


รูป1-1

 

1.ขั้นตอนแรกให้พิมพ์คำค้นหา “eclipse” ลงใน google.com จะปรากฏตัวเลือกการค้นหาขึ้นมาดังภาพ

 


รูป1-2

2.เลือกตัวแสดงผลการค้นหาดังภาพ https://www.eclipse.org/downloads/

 


รูป1-3

หมายเลข 1 -- เป็นจาวามาตรฐานสำหรับการใช้งานจาวา โดยให้เลือกดาวน์โหลดตัวนี้

หมายเลข 2 -- เป็นโปรแกรมพัฒนาภาษาจาวาฉบับสมบูรณ์ โดยจะผนวกรวม หมายเลข 1 เข้ากับJava EE ที่สนับสนุนการทำงานบนเซิร์ฟเวอร์อินเตอร์เน็ต(server-side application) ได้แก่ Java Server Page(JSP), Java Servlet เป็นต้น แต่ใช้เวลาในการดาวน์โหลดนาน

หมายเลข 3 – สำหรับการใช้งานปกติ

หมายเลข 4 – สำหรับผู้ต้องใช้ภาษา C++ (อ่านว่า ซีพลัสพลัส)

            จะสังเกตเห็นว่าบริเวณสัญลักษณ์การดาวน์โหลด  จะมีให้เลือกว่าเป็นระบบปฏิบัติการรุ่น 32 บิต(bit) หรือ 64 บิต ดังนั้นจึงต้องมีการตรวจเพื่อดาวน์โหลดให้ตรงกับระบบปฏิบัติการโดนตรวจสอบได้จาก

3. ตรวจสอบวินโดว์(Windows) ว่าคอมพิวเตอร์กำลังเรียกใช้ Windows รุ่น 32 บิตหรือ 64 บิต และเลือกดาวน์โหลดให้ตรงกับระบบปฏิบัติการของคอมพิวเตอร์  โดยตรวจสอบได้จาก การคิกขวาที่ My Computer จากนั้นเลือก Properties ในบริเวณล่างสุด

 


รูป1-4

 

จากนั้นตรวจสอบในบริเวณดังภาพว่าคอมพิวเตอร์เป็นระบบปฏิบัติการ 32 บิต หรือ 64 บิต

 


รูป1-5

 


รูป1-6

4.จากนั้นกลับมาหน้าจอสำหรับการดาวน์โหลด เลือกการดาวน์โหลดที่ตรงกับระบบปฏิบัติการ จะปรากฏหน้าจอดังภาพ จากนั้นให้กดดาวน์โหลด

 


รูป1-7

5. เมื่อทำการดาวน์โหลดโปรแกรมเสร็จสิ้น จะได้รับไฟล์ในรูปแบบซิปไฟล์ (Zip file) ให้ทำการแตกไฟล์ดังขั้นตอนต่อไปนี้

ดับเบิลคลิกยังไฟล์ที่ดาวน์โหลด

จากนั้นเลือก Extract To เพื่อทำการเลือกไดเร็กทอรี่ที่ต้องการเก็บโปรแกรมไว้

 


รูป1-8

6. สร้าง Shortcut ของ eclipse ไว้มาไว้ที่หน้าจอเพื่อให้สะดวกสำหรับการใช้งาน 

 


รูป1-9

 

7.จากนั้นให้ทำการเปิดโปรแกรมจะปรากฏหน้าจอดังภาพ

 


รูป 1-10

เลือกโฟลเดอร์ที่เราต้องการเก็บโค๊ดภาษาจาวาของเราจากปุ่ม Browse ด้านข้าง

8. เข้าสู่โปรแกรม eclipse ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

 


รูป 1-11

 

           

หากยังไม่สามารกเรียกใช้โปแกรม eclipse ได้ ให้ทำการดาวน์โหลดและติดตั้งโปรแกรม JDK ตามขั้นตอนดังต่อไปนี้

1.ขั้นตอนแรกให้พิมพ์คำค้นหา “jdk” ลงใน google.com จะปรากฏตัวเลือกการค้นหาขึ้นมาดังภาพ

 


รูป 1-12

2.เลือกตัวแสดงผลการค้นหาดังภาพ http://www.oracle.com/technetwork/java/javase/downloads/jdk7-downloads-1880260.html

3.เมื่อเข้าได้แล้วจะปรากฏหน้าจอดังภาพข้างล่าง  

จากนั้นเลือก Accept License  Agreement

สำหรับระบบปฏิบัติการ 32 บิต ให้เลือก Window x86

สำหรับระบบปฏิบัติการ 64 บิต ให้เลือก Window x64

 

 


รูป 1-13

 

4.หลังจากดาวน์โหลดแล้วจากได้ไฟล์ในรูปแบบซิปไฟล์เช่นเดิมให้ ทำการแตกไฟล์เช่นเดียวกับกรณีข้างบน

5.เมื่อได้โปรแกรมเป็นที่เรียบร้อย ให้ดับเบิลคลิกที่ตัวโปแกรม

 


รูป 1-14

 

6.หลังจากนั้นให้กดปุ่ม Next จนเสร็จทุกขั้นตอนตามภาพดังต่อไปนี้ รอโปแกรมติดตั้งตัวเองเมื่อเรียบร้อนดีแล้วถือว่าเสร็จขั้นตอนการติดตั้ง

 


รูป1-15

 


รูป1-16


 

รูป1-17


 

รูป1-18

 

 


รูป1-19

7.จากนั้นเปิดโปรแกรมจากปรากฏภาพของการลงโปรแกรม eclipse ตามข้อ 7 และ 8 ตามลำดับ จากนั้นจึงสามารถใช้งานโปรแกรมได้จามปกติ

 

 



[1] คอมไพเลอร์คือตัวแปรภาษาโปรแกรม ซึ่งจะทำการแปล ภาษาต้นฉบับ (source code) ในที่นี้คือภาษาจาวาของเราซึ่งเขียนในภาษาระดับสูง  ให้ไปเป็นภาษาเครื่องที่จะทำให้เครื่องเข้าใจและสามารถทำงานได้ 

[2] ดีบักเกอร์ใช้สำหรับการค้นหาและแก้ไขข้อผิดพลาดหรือข้อบกพร่องของโปรแกรมที่เกิดขึ้น

 



แผนผังการเรียนเขียนโปรแกรม