สมัครเรียนโทร. 085-350-7540 , 084-88-00-255 , ntprintf@gmail.com

Course Cloud Week

รหัส: T702


คอร์ส Cloud ONLINE กดตรงนี้

คำอธิบายคอร์สโดยย่อ

Cloud เป็นการจัดการข้อมูลแบบออนไลน์ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูง ถ้าใครนึกภาพไม่ออก ลองนึกถึงว่าสมัยก่อนเราถ่ายรูปเสร็จเราต้องย้ายไฟล์จากกล้องมาเก็บไว้ในฮาร์ดดิสก์ แต่สมัยนี้พอถ่ายรูปปุ๊บก็สามารถอัปโหลดขึ้นไปเก็บไว้บน Cloud แล้วเรียกมาดูจากที่ไหนก็ได้ที่ต่ออินเตอร์เน็ตได้ ทำให้สะดวกสบายเป็นอย่างมาก ในคอร์สนี้จะพาผู้เรียนให้ไปรู้จักกับเทคโนโลยี Cloud อย่างลึกซึ้ง รวมทั้งแนะนำและสอนใช้งาน Cloud Platform ตัวเด่น ๆ พร้อมทั้ง Service ต่าง ๆ ของมันด้วย เรียนรู้ทั้งทฤษฎีและปฏิบัติ มี Worksheet ให้ทดลองทำได้ออกมาเป็น Application จริง ๆ

ใน Course นี้นะครับ นักเรียนจะได้สร้าง SERVER แบบลงมือจริงเลย ใช้งานได้จริงใน Production ทั้งแบบ Iaas (Infrastructure as a Service) และ แบบ serverless Paas (Platform as a Service) ได้ลองใช้ product เจ๋ง ๆ แบบ DynamoDB ซึ่งเป็น Database แบบ NoSQL Machine Learning ทำ Chatbot ง่าย ๆ ด้วย AI ของ Amazon รวมถึงได้รู้เรื่อง Application Architecture (เบื้องต้น) ได้เรียนรู้เรื่องการตั้งค่า Network ได้เรียนรู้การลง Program ต่างๆ ใน Server ตั้งแต่ Linux , Appache , MySQL , และอื่น ๆ ด้วยเนื้อหาอัดแน่นกว่า 15++ ชั่วโมง สำหรับใครที่เรียนเขียนโปรแกรมมาแล้วและต้องการขึ้น Production ให้แบบเฟี้ยวฟ้าว ทำงานได้จริง (เบื้องต้นก่อน) แนะนำ Course นี้เลย และเราไม่ได้สอนแค่ว่านิดเดียวทำให้ดูหน่อย ๆ Course นี้เราลง Code ด้วยเช่นกัน เช่น สอนเก็บข้อมูลใน S3 ก็ต้องเขียนโปรแกรมเก็บ สร้าง Event ไปเรียก API GATEWAY แล้วไปเรียก Lambda อีกทีหนึ่ง ซึ่งเราสอนแม้กระทั้งตั้ง Cloud ใน Cloud โดยจัดการ Virtual Private Cloud (VPC) ใครที่ต้องการทำ Startup ต้องการประหยัดเงินองค์กร แทนที่จะใช้ On-premise แต่ยังไม่รู้จะเริ่มยังไงดี Document มันเองบางที่ก็อ่านไม่รู้เรื่อง แนะนำ Course นี้เลยนะครับผม

ความรู้เบื้องต้น

ในส่วนนี้เป็นความรู้เบื้องต้นสำหรับใครที่รู้แล้วสามารถข้ามได้

Cloud vs On-Premise

  • ราคา
  • บุคลากร
  • ค่าใช้จ่ายในอนาคต
  • ความยืดหยุ่น

ข้อดีของ Cloud

  • ประหยัดค่าใช้จ่าย ข้อนี้น่าจะเป็นข้อดีที่สำคัญที่สุดที่ทำให้องค์กรใหญ่ ๆ หลาย ๆ องค์กรทั่วโลกหันมาใช้ Cloud กัน เพราะประหยัดได้ทั้งค่าบำรุงรักษาระบบ เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์ต่าง ๆ ประหยัดได้ทั้งค่าจ้างพนักงานเพื่อมาดูแลระบบ หรือค่าใช้จ่ายในการสอนพนักงานเพื่อมาดูแลระบบ เพราะทุกอย่างที่เกี่ยวกับเรื่องพวกนี้นั้นถูกจัดการให้เราหมดแล้วโดยผู้ให้บริการ Cloud นั่นเองครับ

  • ความปลอดภัย เรื่องความปลอดภัยของระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์นี้เป็นเรื่องที่สำคัญมาก (มากยิ่งกว่าเรื่องค่าใช้จ่ายสำหรับหลาย ๆ องค์กร) และจัดการได้ยากมากครับ ถึงกับต้องมีวิชาที่เรียนเกี่ยวกับ Computer Security โดยเฉพาะ หรือในบางมหาวิทยาลัยก็มีสาขาวิศวกรรมความปลอดภัยทางคอมพิวเตอร์ (Cyber Security Engineering) กันเลย ดังนั้นแทนที่เราจะมามัวกังวลทำในสิ่งที่เราไม่เชี่ยวชาญเพื่อปกป้องข้อมูล การใช้บริการ Cloud แล้วให้ทางผู้ให้บริการซึ่งจะมีผู้เชี่ยวชาญเรื่องนี้เป็นผู้คอยตรวจสอบให้เราย่อมเป็นเรื่องที่เหมาะสมกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่ข้อมูลของเรามีความ sensitive มาก ๆ ครับ บางคนเมื่ออ่านมาถึงตรงนี้แล้วอาจจะเริ่มแปลกใจและตั้งคำถามมาเถียงกับผมว่า "เอ๊ะ! ถ้าเป็นข้อมูลที่ sensitive มาก ๆ การเก็บไว้ใน Server ที่อยู่ภายในองค์กรของเราเองก็ต้องปลอดภัยกว่าเอาไว้ข้างนอกสิ?" มันก็อาจจะจริงครับ ถ้าองค์กรของท่านเป็นองค์กรขนาดเล็ก + ทุกคนในองค์กรเป็นพี่น้องร่วมสาบานกันมากับท่านแบบหนังจีนสมัยก่อนที่จะไม่มีวันทรยศกันแน่ ๆ (เท่าที่ผมเคยดูนะครับ บางเรื่องอาจจะทรยศกันก็ได้) ดังนั้นผมจะไม่เถียงกับท่านครับว่าแท้จริงแล้วพวกข้อมูลที่ sensitive มาก ๆ เหล่านี้มักจะรั่วไหลเพราะพนักงานในองค์กรขโมยหรือประมาทเอง แต่ลองมาดูข้อมูลสถิติจริง ๆ กันดีกว่า จากสถิติของ RapidScale พบว่า
    • 94% of businesses say they saw an improvement in security after implementing cloud solutions.
    • 57% of companies using cloud say it’s provided better data security.
    • More than 50% say their organization currently transfers sensitive or confidential data to the cloud.
    นอกจากนี้ยังมีข้อมูลจาก blog ของ Twin State Technical Services บอกว่า
    • 81% of organizations claim that negligent or careless employees are the top risk to endpoint security.
    • 43% of cyberattacks target small businesses.
    หรือใครคิดว่า ถ้าอย่างนี้ก็จ้าง Cyber Security Engineer ไว้ในองค์กรย่อมต้องดีกว่า ก็ขอให้ดูข้อมูลสถิติของต่างประเทศเกี่ยวกับผู้เชี่ยวชาญด้านนี้ต่อไปนี้แล้วพิจารณาดูนะครับ

  • ความยืดหยุ่น เรื่องนี้เป็นจุดเด่นของ Cloud Service เลยครับ หลาย ๆ เจ้ามักจะมีข้อความในการโฆษณาว่า "pay-as-you-go" ซึ่งหมายความว่าเราจะต้องจ่ายแค่เท่าที่เราใช้ โดยไม่ต้องติดสัญญาเป็นปีเหมือนการเช่า local host ไม่มีการจ่ายล่วงหน้า ถ้าใครงงก็คิดว่าเหมือนไฟฟ้าน่ะครับ ที่เราใช้มากน้อยแค่ไหนก็จ่ายแค่นั้น นอกจากนี้หลาย ๆ Service ยังสามารถเพิ่ม/ลดสเปคได้ตามความต้องการที่เราใช้ในตอนนั้น ๆ ด้วย เช่น ตอนแรกองค์กรของเรามีขนาดเล็ก ๆ เราก็อาจจะใช้ Server เครื่องเล็ก ๆ พอต่อมาองค์กรเรามีขนาดใหญ่ขึ้นก็ใช้ Server ที่ใหญ่ขึ้นหรือเพิ่มจำนวน Server ได้ โดยที่เราไม่ต้องมายุ่งเกี่ยวกับอุปกรณ์ในโลกจริงเลย หรือหากตอนไหนที่มีคนใช้งานเว็บเราเยอะ ๆ เราก็สั่งเพิ่ม bandwidth ได้ในทันทีโดยที่เราไม่ต้องมานั่งลากสายสัญญาณเอง เพราะทางผู้ให้บริการเป็นผู้จัดการทั้งหมด

  • Mobility (ต้องขออภัยทุกท่านด้วยเพราะผมไม่รู้จะแปลคำนี้เป็นภาษาไทยสวย ๆ ว่าอะไรดี) ผมเชื่อว่าทุกวันนี้ 99.999% ของพนักงานในองค์กรของท่านต้องมีคอมพิวเตอร์หรือ Smartphone ซึ่งเรื่อง Mobility นี้เป็นจุดเด่นที่ว่าด้วยเรื่องสามารถเข้าถึงได้จากทุกที่ขอเพียงมีอุปกรณ์ที่รองรับและเชื่อมต่อสัญญาณอินเตอร์เน็ตได้ จุดเด่นข้อนี้น่าจะเห็นชัดยิ่งขึ้นในช่วงโควิดระบาดที่ผ่านมาที่หลายบริษัทเปลี่ยนมาให้พนักงาน Work from home กันมากขึ้น เมื่อให้ทำงานจากบ้านหลายองค์กรมักจะให้พนักงานทำการ Remote เข้ามายังเครื่อง Server ภายในบริษัทเพื่อเข้าถึงข้อมูลที่ต้องใช้ ซึ่งการทำเช่นนี้ย่อมมีปัญหาเรื่อง Security ครับ ถ้าใครไม่เห็นภาพก็ขอให้ย้อนไปอ่านข้อ "ความปลอดภัย" อีกครั้ง

  • ตั้ง Server + กู้ Server ได้อย่างรวดเร็ว การใช้บริการ Cloud นั้นช่วยให้เราสามารถสร้าง Server ได้อย่างรวดเร็วเพียงแค่ไม่กี่คลิก และหากมี Server ล่มหรือเกิดปัญหาที่ไม่คาดฝันขึ้นมาก็สามารถกู้ข้อมูลหรือย้าย Server ได้อย่างรวดเร็วเช่นกัน จากสถิติของ RapidScale พบว่า
    • 43% of businesses that experience a disaster never reopen.
    • 93% of businesses that experience a data disaster without a DR plan are out of business within one year.
    • 20% of cloud storage users are able to recover from a site disaster in 4 hours or less, but only 9% of non-cloud users can say the same.
    ที่สามารถทำได้ดังนี้ก็เพราะจุดเด่นข้อถัดไปครับ

  • สำรองข้อมูล + กู้ข้อมูลได้อย่างง่ายดาย ข้อมูลบางอย่างนั้นใช้เวลาและแรงกายในการสร้างขึ้นมาแบบมหาศาลมากจนไม่อาจตีมูลค่าออกมาได้ การเก็บข้อมูลต่าง ๆ ไว้บน Cloud นั้นช่วยป้องกันปัญหาเวลาเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เช่น ไฟไหม้ห้อง Server, แมวกระโดดชน Harddisk, Harddisk หมดอายุขัย, พนักงานเผลอกดลบข้อมูลทิ้งแล้วกู้คืนไม่ได้ ฯลฯ บางท่านอาจจะเถียงว่า "ถ้างั้นก็ทำการสำรองข้อมูลไว้ใน Harddisk สิ" ครับ ผมคงไม่เถียงครับถ้าท่านมีข้อมูลปริมาณหลักร้อยหลักพันไฟล์ แต่เชื่อเถอะว่าในการทำงานจริงเราคงไม่ได้มีข้อมูลปริมาณน้อย ๆ อย่างนั้น และหากจะทำอย่างนั้นแล้วให้มีการอัปเดตข้อมูลตลอดเวลานี่มันเสียเวลา + เกิดข้อผิดพลาดได้ง่ายโดยเฉพาะข้อผิดพลาดจากมนุษย์นี่แหละครับ ดังนั้นการเก็บข้อมูลต่าง ๆ ไว้บน Cloud จึงเข้ามาช่วยลดความสูญเสียและความยุ่งยากเหล่านี้ครับ ทั้งนี้บริการ Cloud บางประเภทก็มีระบบ Auto Back-up ให้เราด้วย

ใครพูดเกี่ยวกับ Cloud ไว้ยังไงบ้าง

Cloud Computing Quotes
Cloud Computing Quotes
Cloud Computing Quotes
Cloud Computing Quotes
Cloud Computing Quotes
Cloud Computing Quotes
Cloud Computing Quotes
Cloud Computing Quotes
THERE IS NO CLOUD: It’s just someone else’s computer!
ไม่เข้าใจใช่ไหมไม่เป็นไร เชิญเรียน Course นี้

วัตถุประสงค์

เพื่อให้ผู้เรียนเข้าใจเทคโนโลยี Cloud และสามารถใช้งาน Service ของ Platform ต่าง ๆ ได้

ความรู้พื้นฐานก่อนเริ่มเรียน

  1. การใช้ Computer เบื้องต้นเช่น แตก Zip File , แก้ virus , สร้าง File แก้นามสกุล File หา Path File ต่าง ๆ ในเครื่องตัวเอง
  2. คณิตศาสตร์ม.ต้น, ม.ปลายบางเรื่อง เช่น Set , Function , Logics , Matrix , Vector , Complex Number
  3. ภาษาอังกฤษพื้นฐาน
  4. มีเวลามาเรียนและเวลาทำการบ้าน
ถ้าได้ทั้ง 4 ข้อนี้เรียนรู้เรื่องแน่นอนครับ

เหมาะกับใคร

  • ทุกคนที่สนใจเทคโนโลยี Cloud
  • นักพัฒนาที่อยากเรียนรู้การใช้ Cloud
  • นักพัฒนาที่สนใจทำ Application บนโทรศัพท์มือถือ
  • ผู้ที่อยากเปลี่ยนสายงานมาสายโปรแกรมเมอร์
  • ไม่จำเป็นต้องมีพื้นฐานการเขียนโปรแกรมมาก่อน

ไม่เหมาะกับใคร

  • ผู้ที่สามารถใช้งาน Cloud Platform ต่าง ๆ ได้อย่างช่ำชอง

เรียนวันไหนบ้าง

เรียนวันที่ 1, 2, 3, 4 เดือน 12/2020

เนื้อหา

Section
Content
1
Introduction
Amazon EC2
2
Amazon Lightsail
Amazon VPC
3
Amazon EBS
Amazon S3
4
Amazon EFS
AWS Lambda
5
AWS Elastic Beanstalk
Amazon API Gateway
6
Amazon DynamoDB
Amazon Lex
7
Elastic Load Balancing with Amazon EC2 Auto Scaling
8
Application

ค่าใช้จ่าย

เรียนจบแล้วใช้ทำอะไรได้บ้าง

  • เข้าใจเทคโนโลยี Cloud
  • ใช้งาน Cloud Platform โดยเฉพาะ AWS หรือ Amazon Web services

เนื้อหาที่สอน(บางส่วน)

สอนใช้งาน Amazon EC2
Amazon Elastic Compute Cloud (Amazon EC2) เป็นเครื่อง Server เสมือน (Virtual Server) ที่สามารถสร้างผ่านหน้าเว็บ AWS ได้อย่างง่าย ๆ ภายในไม่กี่คลิก รองรับ 24 regions และ 77 availability zones ทั่วโลก สามารถเลือกสเปคของเครื่องทั้ง CPU, Memory, Network Performance, ระบบปฏิบัติการ และซอฟต์แวร์บางอย่างได้ตามที่เราต้องการ สามารถกำหนด Security Group ได้เองอย่างง่าย ๆ สามารถเพิ่มจำนวน Storage ซึ่งเป็น EBS volumes พร้อมทั้งกำหนดขนาดของ Storage แต่ละตัวได้ด้วย นอกจากนี้ยังสามารถซื้อ software จาก AWS Marketplace มาติดตั้งบน EC2 ได้โดยตรงอีกด้วย สำหรับผู้ที่ต้องการเทรน Machine learning แต่ไม่อยากลงทุนกับการ์ดจอแพง ๆ ก็สามารถสร้าง GPU-based instances เพื่อมาเทรนได้ (ถึงแม้เราจะจ่ายเท่าที่เราใช้งานเท่านั้น แต่ก็ต้องตรวจสอบเงื่อนไขและระวังเรื่องค่าใช้จ่ายดี ๆ นะครับ)

อ่านเพิ่มเติมได้ที่ https://aws.amazon.com/ec2/
Amazon Lightsail เป็น Virtual private server หรือก็คือเครื่อง Server เสมือนที่คล้าย ๆ กับ Amazon EC2 ซึ่งเราสามารถเลือกสเปคของเครื่อง ระบบปฏิบัติการ และซอฟต์แวร์บางอย่างได้ตามที่เราต้องการ แต่มีข้อจำกัดมากกว่า EC2 เพราะสามารถเลือกได้ตาม package ที่มีอยู่เท่านั้น แต่ข้อจำกัดนั้นถูกกลบไปด้วยจุดเด่นคือราคาที่ถูกกว่า EC2 มาก ๆ เริ่มต้นเพียง $3.50 ต่อเดือนก็สามารถสร้าง Server ส่วนตัวของเราแบบสมบูรณ์เพื่อใช้สร้างเว็บแอปพลิเคชันหรือเว็บไซต์ได้แล้ว เหมาะอย่างยิ่งสำหรับมือใหม่ที่ไม่ได้มีความต้องการเฉพาะเจาะจงเพราะสามารถสร้าง Server ได้ง่ายมาก ๆ และหากในอนาคตเว็บแอปพลิเคชันของเรามีขนาดใหญ่ขึ้นหรือมีความต้องการที่เฉพาะเจาะจงมากขึ้นก็สามารถอัปเกรดไปยัง EC2 โดยทำตามขั้นตอนในหน้าเว็บเพียงไม่กี่ขั้นตอน

อ่านเพิ่มเติมได้ที่ https://aws.amazon.com/lightsail/
สอนใช้งาน AWS Light Sail
สอนใช้งาน AWS Virtual Private Cloud (VPC)
Amazon Virtual Private Cloud (Amazon VPC) เป็น Networking layer ของ Amazon EC2 ที่ช่วยให้เราสามารถ launch AWS resource ต่าง ๆ ภายใน virtual network ที่เรากำหนดได้ โดยเราสามารถควบคุมและตั้งค่า environment ของ virtual network นี้ได้อย่างสมบูรณ์ ทั้งเลือก range ของ IP address, สร้าง subnet, ตั้งค่า route table และ network gateway นอกจากนี้ VPC ยังรองรับ IPv4 และ IPv6 ซึ่งทำให้สามารถเข้าแอปพลิเคชันหรือ resource ต่าง ๆ ได้อย่างง่ายดายและมั่นใจได้ในเรื่องความปลอดภัย ตัวอย่างเช่น เราสามารถตั้งค่า subnet ให้เว็บไซต์ของเราสามารถเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตภายนอก (หมายความว่าคนทั่วไปทุกคนสามารถเข้าถึงเว็บไซต์นี้ได้) ในขณะที่ตั้งค่าให้ฐานข้อมูลหรือระบบหลังบ้านอื่น ๆ รันใน private subnet เท่านั้น ดังนั้นทั้งฐานข้อมูลหรือระบบหลังบ้านอื่น ๆ นี้จะไม่สามารถเข้าถึงผ่านทางอินเตอร์เน็ตจากภายนอกได้โดยตรง ช่วยให้ระบบของเรามีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

อ่านเพิ่มเติมได้ที่ https://aws.amazon.com/vpc/
Amazon Elastic Block Store (Amazon EBS) เป็นพื้นที่จัดเก็บข้อมูลที่ออกแบบมาให้ใช้กับ Amazon EC2 ถ้างงให้คิดว่าเหมือนฮาร์ดดิสก์หรือ SSD สำหรับเก็บข้อมูลในคอมพิวเตอร์ครับ และเช่นเดียวกับคอมพิวเตอร์ทั่วไปที่เราสามารถใส่ฮาร์ดดิสก์หลาย ๆ อันในคอมพิวเตอร์เครื่องเดียวกันได้ (ถ้ามีช่องต่อพอ) เราก็สามารถ mount EBS หลายตัวใน EC2 instance เครื่องเดียวได้เช่นกัน (อย่าสับสนนะครับ EC2 instance 1 เครื่องสามารถต่อกับ EBS หลายตัวได้ แต่ EBS 1 ตัวไม่สามารถต่อกับ EC2 instance หลายเครื่องได้นะครับ) EBS มีชนิดของตัวเก็บข้อมูลให้เราเลือกได้ถึง 6 ชนิด แบ่งออกเป็นสองประเภทหลัก ๆ คือ SSD และ HDD ซึ่งจะต่างกันที่ราคาและประสิทธิภาพขึ้นอยู่กับว่า Server ของเราต้องการแค่ไหน โดย AWS เคลมว่าเราสามารถเปลี่ยนชนิดของตัวเก็บข้อมูลนี้หรือขยายขนาดตัวเก็บข้อมูลได้ตลอดเวลาโดยไม่รบกวนการทำงานของแอปพลิเคชัน นอกจากนี้เรายังสามารถสำรองข้อมูลใน EBS เผื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันโดยทำ Snapshot แล้วเก็บใน S3 ได้แบบอัตโนมัติอีกด้วย

อ่านเพิ่มเติมได้ที่ https://aws.amazon.com/ebs/
สอนใช้งาน Elastic Block Storage (EBS)
สอนใช้งาน AWS Simple Storage Service (AWS S3)
Amazon Simple Storage Service (Amazon S3) เป็นพื้นที่จัดเก็บข้อมูลที่ออกแบบมาให้ใช้ได้กับทุกสิ่ง (Object) สามารถเรียกจากที่ไหนก็ได้ผ่าน Internet API หากเปรียบ EBS เป็นเหมือน Harddisk หรือ SSD ที่เชื่อมต่อกับเครื่องคอมพิวเตอร์ S3 ก็จะเปรียบเหมือน Cloud ที่เราสามารถอัปโหลดและเรียกดูข้อมูลจากที่ไหนก็ได้โดยไม่เกี่ยวกับเครื่องคอมพิวเตอร์นั่นเอง โดยทาง Amazon เคลมว่า S3 นี้ถูกออกแบบมาให้มีความทนทานถึง 99.999999999% (เลข 9 จำนวน 11 ตัว) ดังนั้นจึงสามารถไว้ใจได้ทั้งเรื่องประสิทธิภาพและความปลอดภัย (ถ้าเราตั้งค่าถูกต้องนะครับ) นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์เกี่ยวกับการเก็บไฟล์และใช้ไฟล์ต่าง ๆ ซึ่งถ้าเราเลือกได้เหมาะสมกับการใช้งานแล้วจะช่วยให้ประหยัดค่าใช้จ่ายได้อีก ทั้ง S3 Standard สำหรับข้อมูลทั่วไปที่มีการเข้าถึงบ่อย ๆ S3 Standard-Infrequent Access (S3 Standard-IA) สำหรับข้อมูลที่ไม่ค่อยมีการเข้าถึง และอื่น ๆ อีกหลายประเภทยิบย่อย ลองอ่านแล้วเลือกใช้ตามความเหมาะสมนะครับ

อ่านเพิ่มเติมได้ที่ https://aws.amazon.com/s3/
Amazon Elastic File System (Amazon EFS) เป็นพื้นที่จัดเก็บไฟล์บนระบบ Cloud มีระบบ NFS ที่เราสามารถจัดการได้อย่างเต็มรูปแบบ ออกแบบมาสำหรับใช้ร่วมกับ Cloud service หรือ Resource ต่าง ๆ เช่น Amazon EC2 โดยสามารถแชร์ไฟล์ระหว่าง EC2 instance ได้ พูดง่าย ๆ คือสามารถ mount ได้หลายเครื่องพร้อมกัน ดังนั้นจึงเหมาะสำหรับกรณีที่มีการใช้งาน EC2 instance หลายเครื่องแต่มีไฟล์บางอย่างที่ต้องใช้ร่วมกัน หรือต้องการเช่า EFS เพียงอันเดียว จุดเด่นของผลิตภัณฑ์นี้นอกจากความสะดวกที่กล่าวไปแล้วอีกอย่างก็คือเรื่องของราคาครับ เพราะคิดราคาตามที่ใช้งานจริงเลย ไม่ใช่ว่าเราต้องจองพื้นที่เหมือนเวลาซื้อ Harddisk นอกจากนี้หากคิดข้อมูลในองค์กรทั้งหมดเป็น 100% โดยทั่วไปแทบทุกองค์กรนั้นจะมีข้อมูลเพียง 20% เท่านั้นที่ถูกใช้งานเป็นประจำ ส่วนอีก 80% มักจะไม่ค่อยถูกเรียกใช้นัก ซึ่ง EFS ก็มีฟีเจอร์เพื่อช่วยให้เราสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายได้อีกโดยการเอาข้อมูล 80% นี้ไปเก็บใน storage class ที่เรียกว่า Amazon EFS Infrequent Access (EFS IA) ซึ่งจะคิดราคาถูกกว่า Amazon EFS Standard ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายสูงสุดถึง 92% เลยทีเดียว (ขึ้นกับ Region และเงื่อนไขอื่น ๆ)

อ่านเพิ่มเติมได้ที่ https://aws.amazon.com/efs/
สอนใช้งาน AWS Elastic File System (EFS)
สอนใช้งาน AWS Lambda
AWS Lambda เป็น Serverless compute service หรือก็คือบริการที่รันโค้ดหรือประมวลผลโดยไม่ต้องมี Server แต่จะรันเมื่อมี event ที่กำหนดไว้เข้ามา (trigger) แล้วทำการคำนวณหรือจัดการ AWS resource ต่าง ๆ เช่น Amazon S3 bucket หรือ Amazon DynamoDB table ให้ตามโค้ดที่เราเขียนแบบอัตโนมัติ โดย Amazon จะเรียกโค้ดที่เราเขียนนี้ว่า “Lambda function” ซึ่งรองรับภาษาเขียนโปรแกรมหลัก ๆ แทบทุกภาษา และรองรับการทำงานร่วมกับ 3rd party library และ AWS SDK ด้วย นอกจากนี้ยังสามารถใช้ร่วมกับ Service อื่น เช่น API Gateway เพื่อสร้างเว็บไซต์แบบไร้ Server ได้อีกด้วย โดยปกติการจะประมวลผลหรือแสดงผลต่าง ๆ ให้ผู้ใช้งาน เช่น ลดขนาดรูปที่ผู้ใช้งานอัปโหลดขึ้นมาเพื่อแสดงในหน้าเว็บ หรือจัดการข้อมูลที่เข้ามาก่อนส่งต่อให้ Machine Learning ฯลฯ เราจำเป็นต้องตั้ง Server ขึ้นมาก่อน แล้วเขียนโค้ดเพื่อรองรับ event นั้น ๆ ซึ่งบางครั้งอาจจะมีปัญหาเรื่องสเปคของเครื่อง server หรือ workload ดังนั้นการใช้ AWS Lambda จึงช่วยตัดปัญหาเรื่องนี้ไปได้เลยเพราะผู้ให้บริการจะเป็นผู้จัดการสิ่งที่อยู่เบื้องหลังเหล่านั้นให้เราทั้งหมด โดยที่ค่าใช้จ่ายจะคิดตามจริงจากจำนวน request ที่เรียกฟังก์ชันที่เราเขียนและ duration ซึ่งเป็นระยะเวลาที่โค้ด execute เท่านั้น

อ่านเพิ่มเติมได้ที่ https://aws.amazon.com/lambda/
AWS Elastic Beanstalk เป็น Service ที่ช่วยให้เราสามารถ deploy web application ขึ้นไป โดยที่ไม่ต้องกังวลกับเรื่องการ setup server แบบ Amazon EC2 เพราะ Elastic Beanstalk จะช่วยสร้าง Server และจัดการเรื่องต่าง ๆ เช่น deployment, from capacity provisioning, load balancing, auto-scaling to application health monitoring ให้เรา ในขณะที่เราสามารถเข้าถึง resource ที่ใช้ เช่น EC2 instance ได้อย่างเต็มที่ Elastic Beanstalk รองรับภาษาเขียนโปรแกรมหลัก ๆ แทบทุกภาษา และรองรับ Web Server หลัก ๆ เช่น Apache, Nginx, Passenger และ IIS โดยคิดค่าใช้จ่ายเฉพาะ Resource ที่เราใช้ (ไม่มีค่าบริการอื่นเพิ่มเติม) หลายคนอาจจะคิดว่าคล้าย ๆ AWS Lambda แต่จริง ๆ แล้วต่างกันค่อนข้างมากครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือ Elastic Beanstalk ไม่ใช่ Serverless ดังนั้นจึงเหมาะกับการทำเว็บแอปพลิเคชันที่มีขนาดใหญ่มากกว่าโดยเฉพาะในแง่ของความปลอดภัย

อ่านเพิ่มเติมได้ที่ https://aws.amazon.com/elasticbeanstalk/
สอนใช้งานAWS Elastic beanstalk
สอนใช้งาน AWS API gateway
Amazon API Gateway เป็น Service ที่ช่วยให้เราสามารถสร้างและจัดการเรื่องต่าง ๆ เกี่ยวกับ HTTP APIs, REST APIs และ WEBSOCKET APIs ได้ง่ายขึ้น APIs นี้เปรียบเหมือนประตูเพื่อเข้าถึงข้อมูลหรือฟังก์ชันต่าง ๆ ในฝั่ง backend ครับ ซึ่ง Amazon API Gateway นี้สามารถใช้งานร่วมกับ AWS Lambda, Amazon EC2, Amazon Kinesis, Amazon DynamoDB ฯลฯ เช่น ใช้งานร่วมกับ AWS Lambda และ Amazon S3 เพื่อทำเว็บไซต์แบบ serverless ได้ โดย API Gateway จะคิดค่าใช้จ่ายจากจำนวน API Call ที่เราได้รับและปริมาณข้อมูลที่ถูกส่งออกเท่านั้น ทั้งนี้ API Gateway จะช่วยจัดการ task ทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับรับและประมวลผล API Call ที่เกิดขึ้นพร้อม ๆ กัน (Amazon เคลมว่ารองรับถึงหลักแสนรายการ) รวมทั้ง traffic management, CORS support, authorization and access control, throttling, monitoring และ API version management ด้วย

อ่านเพิ่มเติมได้ที่ https://aws.amazon.com/api-gateway/
Amazon DynamoDB เป็นฐานข้อมูลแบบ key-value (NoSQL) ที่สามารถเข้าถึงข้อมูลได้อย่างรวดเร็วในระดับหลักหน่วยของ millisecond ไม่ว่าฐานข้อมูลจะมี scale ระดับใดก็ตาม จึงเหมาะกับแอปพลิเคชันแทบทุกอย่างทั้ง mobile, web, gaming, ad tech, IoT ฯลฯ Amazon เคลมว่า DynamoDB นี้รองรับ request ถึง 10 ล้านล้าน request ต่อวัน และ 20 ล้าน request ต่อวินาทีเลยทีเดียว จุดเด่นอีกข้อคือเป็น serverless ดังนั้นเราจึงไม่ต้องมาวุ่นวายจัดการกับ server หรือ software ต่าง ๆ โดยตัว DynamoDB จะจัดการทุกอย่างให้แบบอัตโนมัติตามความเหมาะสมของขนาดข้อมูล สามารถสำรองข้อมูลได้ถึง 100 terabytes ได้ทันทีโดยไม่กระทบการใช้งาน และ recover ไปยังช่วงเวลาใดก็ได้ใน 35 วันก่อนหน้า นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ DynamoDB Accelerator (DAX) สำหรับผู้ที่ต้องการความเร็วในระดับ microsecond ด้วย

อ่านเพิ่มเติมได้ที่ https://aws.amazon.com/dynamodb/
สอนใช้งาน AWS Dynamodb
สอนใช้งาน AWS Machine Learning
Amazon Lex เป็นบริการสำหรับสร้าง interface ในการสนทนาโต้ตอบโดยใช้เสียงหรือข้อความ ซึ่งจะช่วยให้เราสามารถสร้าง chatbot ให้แอปพลิเคชันของเราได้อย่างรวดเร็ว โดยเบื้องหลังของ Amazon Lex นั้นใช้ Deep Learning เช่น Automatic speech recognition (ASR) สำหรับเปลี่ยนเสียงให้เป็นข้อความ และ Natural language understanding (NLU) สำหรับ recognize จุดประสงค์ของข้อความนั้น ๆ เพื่อให้สามารถโต้ตอบกับผู้ใช้งานได้อย่างถูกต้อง ทั้งนี้ Amazon เคลมว่าเทคโนโลยี Deep Learning เบื้องหลังของ Amazon Lex นั้นใช้เทคโนโลยีเดียวกับ Amazon Alexa เลยทีเดียว สำหรับค่าใช้จ่ายนั้นจะคิดตาม speech requests และ text requests โดยมีให้ใช้ฟรีปริมาณหนึ่งในแต่ละเดือนด้วย จุดด้อยข้อเดียวคือ Amazon Lex ยังไม่ support ภาษาไทยครับ

อ่านเพิ่มเติมได้ที่ https://aws.amazon.com/lex/
Elastic Load Balancing เป็นตัวรับ incoming traffic แล้วจัดการกระจายไปยัง target ต่าง ๆ เช่น Amazon EC2 instances, containers, IP addresses, Lambda functions และ virtual appliances Virtual Server สำหรับในหัวข้อนี้นอกจากจะสอนและทดลองทำ Load Balancing แล้ว เราจะใช้ Amazon EC2 Auto Scaling ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ AWS Auto Scaling มาร่วมด้วย โดย Amazon EC2 Auto Scaling จะช่วย monitor แอปพลิเคชันของเราแล้วปรับจำนวน EC2 instance ให้เหมาะสมกับโหลดในขณะนั้น เราสามารถสร้าง collection ของ EC2 instance ซึ่งจะเรียกว่า Auto Scaling groups แล้วกำหนดจำนวน instance ต่ำสุดและสูงสุดได้ ช่วยให้ค่าใช้จ่ายที่ต้องใช้ต่ำที่สุดในขณะที่ประสิทธิภาพเท่าเดิม

อ่านเพิ่มเติมได้ที่ https://aws.amazon.com/elasticloadbalancing และ https://aws.amazon.com/ec2/autoscaling/
สอนใช้งาน AWS loadbalancer

ตารางคอร์สสอนสดปี 2020

calendar

Course เราเป็น Course แบบฝึกคิด

การเรียนของเราค่อนข้างยากและลงลึกกว่าที่อื่นโดยเป็นการเรียนแบบ Action คือต้องลงมือปฏิบัติ โดยเฉพาะ Course Series 1xx เช่น Python PY101 , JAVA J104 , JAVA J103 ,C++ CPP101 โดผู้เรียนที่ไม่เคยฝึกคิดมาเลยตลอดชีวิต อาจจะตกใจได้ เพราะว่า เราใช้ทั้ง การคิดเชิงคำนวณ( Computational Thinking ), การคิดเชิงจรรกะ (Logics ) เหมือนกับการทำงานจริง โดยทุกอย่างจะจริงจัง เรียนแล้วจะทำให้กล้ามเนื้อสมองงอกแน่นอน

ระบบจองเวลาเรียน

Course แบบ เรียนกับ Video ที่อาคารของเรา สามารถจองเวลาได้จากในเว็บจองเวลาเรียน Username/Password สามารถได้รับตอนสมัครเรียนแล้ว

Partner Program

พาเพื่อนมาเรียน 1 คน ได้ เงินคือ 10% ของราคาที่เพื่อนจ่าย
  1. นักเรียนที่เรียนจบ Course ของเราแล้ว มีความเข้าใจอันดีในเรื่องของการเรียนโปรแกรมแล้ว พาเพื่อนมาเรียน 1 คนจะได้เงินคืน 10 % ของราคา ที่เพื่อนจ่าย แปลว่าถ้าท่านพามา 10 คนท่านจะได้เรียนฟรีเลย
  2. โปรโมชันนี้เพื่อการประชาสัมพันธ์ Expert-Programming-Tutor
  3. ไม่รวม Course SEAL TEAM CODE CAMP เพราะราคาคือโคตรถูกอยู่แล้ว บาง Course ลด 30-45 % อยู่แล้ว กรณีที่เป็น Course ที่กล่าวในข้อนี้จะได้ เงินคืน 5%
  4. โปรโมชันนี้ไม่รวม Course Online
  5. สำหรับเงินคืนนี้จะเป็นการโอนเข้าบัญชีธนาคารของท่านหลังเพื่อนที่ท่านพามาสมัครและเรียนจบ Course แล้ว

โปรโมชันลับ / Secret Promotion

กดที่นี่เพื่ออ่านรายละเอียดเกี่ยวกับโปรโมชันลับ

ตารางคอร์ส SEAL TEAM CODE CAMP ในปี 2020 (UPDATE หลัง COVID-19 แล้ว)

ตารางเวลาเรียน

ผู้เรียนจะต้องมาเรียนตามตารางเรียนด้านล่างนี้
ตารางเรียนเขียนโปรแกรม Course สอนสด

ตารางคอร์ส สอนสด ในปี 2020 (UPDATE หลัง COVID-19 แล้ว)

ตารางเวลาเรียน

ผู้เรียนจะต้องมาเรียนตามตารางเรียนด้านล่างนี้เท่านั้น สำหรับ Course สอนสด
ตารางเรียนเขียนโปรแกรม Course สอนสด

เงินเดือนเฉลี่ยของ อาชีพโปรแกรมเมอร์ ***

หมายเหตุ : การเรียนเขียนโปรแกรมเมื่อเรียนจบแล้วผู้เรียนไม่จำเป็นต้องทำอาชีพเป็น นักคอมพิวเตอร์ / Programmer เพียงอย่างเดียวเท่านั้น เพราะว่าการเรียนเขียนโปรแกรมทำให้ได้ความรู้และเป็นการปรับสมองให้รู้จักคิดเป็นเหตุผล รู้จักคิดเป็นขั้นเป็นตอน(Algorithm) ซึ่งความสามารถตรงนี้สามารถ นำไปต่อยอดได้หลากหลาย เรียนแล้วคุ้มแน่นอน

รายได้ต่อเดือน สำหรับโปรแกรมเมอร์ที่ทำงานในประเทศไทย
  • จบใหม่ประสบการณ์ 0 ปี 20,000 บาท - 30,000 บาท
  • ประสบการณ์ 2-4 ปี 25,000 บาท - 45,000 บาท ทั้งนี้อยู่ที่ความสามารถของแต่ละคน
  • Senior Programmer 40,000 บาท - 100,000 บาท
  • Researcher 50,000 บาท - 300,000 บาท

รายได้ต่อเดือน สำหรับโปรแกรมเมอร์ที่ทำงานในประเทศสิงคโปร์
  • จบใหม่ประสบการณ์ 0 ปี 60,000 บาท - 110,000 บาท
  • ประสบการณ์ 2-4 ปี 75,000 บาท - 145,000 บาท
  • Senior Programmer 120,000 บาท - 280,000 บาท
  • Researcher 200,000 บาท - 400,000 บาท

รายได้ต่อเดือน สำหรับโปรแกรมเมอร์ที่ทำงานในประเทศสหรัฐอเมริกา
  • จบใหม่ประสบการณ์ 0 ปี 120,000 บาท - 330,000 บาท
  • ประสบการณ์ 2-4 ปี 135,000 บาท - 445,000 บาท
  • Senior Programmer 220,000 บาท - 480,000 บาท
  • Researcher 340,000 บาท - 500,000 บาท

ใบปัจจุบัน อาชีพโปรแกรมเมอร์ เป็นอาชีพที่มีความต้องการสูงดังนั้น ไม่ต้องกลัวตกงานแน่นอนครับ แต่ขอให้ มีความสามารถอย่างจริงจัง (ไม่ใช้แค่รู้-พอรู้ หรือ รู้นิดหน่อย) ความรู้ต้องอยู่ในระดับที่ใช้การใช้งานได้ ซึ่ง การเรียน ที่ EXPERT-PROGRAMMING-TUTOR มีโจทย์ให้ทำอยู่แล้วถ้าขยันทำโจทย์ให้เยอะๆจะได้ชินกับการเขียนโค้ดเพื่อให้มีประสิทธิภาพและความชำนาญมากยิ่งขึ้น

ภาษาเขียนโปรแกรมต่างๆ ต่างกันอย่างไร

กรุณาอ่าน
คำถามที่มักพบบ่อย
และ
ข้อแตกต่างระหว่างภาษา (ระวังบทความนี้มีความเป็นอัตวิสัย)

อยากทราบประวัติผู้สอนคร่าวๆ

ประวัติผู้สอน

การศึกษา

  • โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์
  • ปริญญาตรี คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย ภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์

ผลงานในอดีต

  • เหรียญทองแดงฟิสิกส์ โอลิมปิก ประเทศไทย
  • เข้ารอบสุดท้าย PHILIPS YOUNG ELECTRONIC DESIGN
  • ถ้วยรางวัล พระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ โครงการ National Software Contest (NSC) ระดับอุดมศึกษา
  • ชนะเลิศการประกวด Software ของ Thailand Information technology Agency (TITA) ระดับอุดมศึกษา
  • ได้รับคัดเลือกเป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมการแข่งขัน Asia Pacific Information Technology (APITA) ที่ Indonesia
  • ชนะเลิศ การแข่งขันหุ่นยนต์ระดับประเทศไทย
  • ชนะเลิศ การแข่งขันหุ่นยนต์ระดับโลก
เรียนกับเราดีอย่างไร
กรุณาอ่าน

วิธีการจ่ายเงิน

สำหรับ Course แบบเรียนที่อาคารของเรา : จ่ายสดที่อาคารของเรา ก่อนเริ่มเรียน

สำหรับ Course แบบเรียนออนไลน์ : จ่ายเงินได้ทางหน้าwebออนไลน์

หมายเหตุการจ่ายเงิน

ราคาที่แสดงในหน้าwebที่เป็นราคาส่วนลดสำหรับเด็ก เป็นราคาของบุคคลทั่วไปเท่านั้น เพื่อต้องการส่งเสริมการเรียนรู้ของเด็กๆ ไม่ใช้มีค่าใช้จ่ายมากเกินไป สำหรับ บริษัท จะไม่ได้ราคาส่วนลดนี้

วิธีการสมัครเรียน

สมัครที่อาคารของเรา
โทร 085-350-7540 | 084-88-00-255

ติดต่อ

085-350-7540 (DTAC)
084-88-00-255 (AIS)
026-111-618
หรือทาง EMAIL: NTPRINTF@GMAIL.COM
แผนที่ ที่ตั้งของอาคารของเรา



มีคำถามเพิ่มเติม

  • กรุณาอ่าน คำถามที่พบบ่อย
  • หลังจากอ่าน จบแล้วมีคำถามเพิ่มเติม โทร 085-350-7540 | 084-88-00-255 ครับ

เรียนแล้วคุ้มไหม

  • ลงทุนซื้อบ้าน แล้วปล่อยให้เช่า ถ้าโชคดี 20 ปี หรือ 240 เดือน คืนทุนครับ แต่เรียนเขียนโปรแกรมกับเราถ้าทำได้จำได้ และเอาไปใช้ได้ทุกเรื่องจริงๆ ไปทำงาน ครึ่งเดือน หรือเดือนเดียวก็คุ้มแล้วครับ
  • สมัครเรียน โทร 0853507540 ครับ

ทำไมถึงควรเรียนเขียนโปรแกรม

  • ลงทุนซื้อบ้าน แล้วปล่อยให้เช่า ถ้าโชคดี 20 ปี หรือ 240 เดือน คืนทุนครับ แต่เรียนเขียนโปรแกรมกับเราถ้าทำได้จำได้ และเอาไปใช้ได้ทุกเรื่องจริงๆ ไปทำงาน ครึ่งเดือน หรือเดือนเดียวก็คุ้มแล้วครับ
  • สมัครเรียน โทร 0853507540 ครับ

พื้นฐานของผู้เรียน ที่ต้องมีก่อนเริ่มเรียน

  1. คณิตศาสตร์ ม.ต้น - บางเรื่องของ ม.ปลาย (เน้นเรื่อง Logic วิธีการคิด) (สำหรับ course DATA STRUCTURE / ALGORITHM / IMAGE PROCESSING / GAME / ROBOTICS ต้องมีพื้นฐานคณิตศาสตร์ ม.ต้น และ ม.ปลาย ทุกเรื่อง ย้ำว่า ทุกเรื่องแบบแน่นๆ)
  2. ภาษาอังกฤษระดับพื้นฐาน (อ่านบทความภาษาอังกฤษได้)
  3. มีเวลามาเรียนต่อเนื่องสม่ำเสมอ
  4. มีเวลาทบทวนและทำการบ้าน
  5. มีพื้นฐานการใช้ computre และการแก้ปัญหาเบื้องต้นเช่น แก้ ไวรัส


สิ่งที่ต้องเตรียมมาเรียน

  1. กระดาษปากกา
  2. มีเวลามาเรียนต่อเนื่องสม่ำเสมอ
  3. Computer Notebook 1 เครื่องยี่ห้ออะไรก็ได้ตามรายละเอียดต่อไปนี้

ใช้ระบบปฏิบัติการ(OS) Windows หรือ macOS โดยมี Spec ขั้นต่ำดังต่อไปนี้

Computer's Specifications

  • อายุเครื่องนับจากวันผลิต ≤ 3 ปี
  • CPU Core i5 ขึ้นไป, RAM ≥ 8 GB
  • ไม่มี Virus และโปรแกรมประเภท Baidu, ต่อ Internet ได้
    (สำหรับ MAC รุ่นใหม่ให้เอาหัวต่อ USB มาด้วย)


  • เริ่มเรียนวันไหน

    Course เรียนแบบ Video ที่มาเรียนที่อาคารของเราที่ราชเทวี
    • วันไหนก็ได้ที่เราไม่ปิด เราปิดทุกวันจันทร์ และ จะมีวันที่ปิดเพิ่มเติมกรุณาสอบถามที่ ntprintf@gmail.com
    Course เรียนแบบ Online
    Course เรียนแบบสอนสดที่มาเรียนที่อาคารของเราที่ราชเทวี
    • ตามตารางด้านล่าง
    Course SEAL TEAM CODE CAMP : CODE CAMP เขียนโปรแกรมแบบหน่วยรบพิเศษ
    เงื่อนไข
    • ตอนนี้ทางเราสนับสนุนให้ผู้เรียน เรียน Online ราคา Online จึงเป็นราคาลด มากเป็นพิเศษ
    • ในกรณีที่ผู้เรียนสมัครแบบเรียนที่อาคารของเราที่ราชเทวีแล้ว ต้องการเรียนออนไลน์ ไม่สามารถเปลี่ยนได้ แต่สามารถสมัครใหม่ราคาลดได้ จ่ายเพิ่มประมาณ 2000 บาท
    • ผู้เรียนที่สมัครเรียนแบบออนไลน์ไม่สามารถมาเรียนที่อาคารของเราได้ ยกเว้นครั้งแรกเท่านั้น
    • ผู้เรียนที่สมัครเรียนแบบเรียนที่อาคารของเราแล้วไม่สามารถเรียนออนไลน์ได้ ถ้าจะเรียนออนไลน์ให้สมัครออนไลน์ตั้งแต่แรก เปลี่ยน Course ไม่ได้
    ***กรุณาอ่านคำถามที่พบบ่อย ก่อนโทรหาเรา เราเชื่อว่า คำถามที่ท่านอยากถามส่วนมาก ร้อยละ 92.124 มีอยู่ในคำถามที่พบบ่อยอยู่แล้ว*** คำถามที่พบบ่อย
    ถ้าเปิดด้วย มือถือและหาราคาไม่เจอ ราคาอยู่ใน ตาราง นะครับ ด้านขวาๆ เลื่อนๆ ไปดูได้นะครับ


    แผนผังการเรียนเขียนโปรแกรม